สวัสดีค่ะ
วันนี้ มีเรื่องมาเล่าค่ะ เป็นเรื่องของการไปส่องกล้อง
อยากจะเขียนเล่าประสบการณ์การไปส่องกล้อง ตรวจดูทางเดินอาหารส่วนบน และลำไส้เล็ก ถึงเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ค่ะ
เพื่อที่ว่า ทุกๆ คน จะได้ดูแลสุขภาพ และไม่ต้องไปตรวจอะไรที่ทรมานแบบนี้
เริ่มจาก อาการของโรค คือ อาเจียน และ ท้องอืด น้ำหนักลด
หมอเห็นสมควรว่าน่าจะส่องกล้องดู ทางเดินอาหาร ว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า
คุณหมอนัด ห้าโมงเย็น
เริ่มตั้งแต่ ชั่งน้ำหนัก ก็ปรากฏว่า ลดลงไปอีก 400 กรัม หรือ ภาษาพูด ก็คือ 4 ขีด ในสี่วัน หมอเองยังบอกว่า ถ้าขืนลดอาทิตย์ละกิโล ก็คงไม่ไหว
เข้าห้องตรวจ มีหมอ และ ผู้ช่วยหมอ (พยาบาล) สองท่าน รออยู่ก่อนแล้ว เค้าให้นอนหงายก่อน พูดคุยพอให้เราได้ผ่อนคลาย
วิธีส่องกล้อง มีทั้งแบบให้ยาสลบ และ ยาชา ขึ้นอยู่กับ ความเหมาะสมของผู้ป่วย สำหรับตัวเองนั้น หมอใช้วิธีให้ยาชาค่ะ
หลังจากพูดคุยซักพัก ก็เริ่ม โดย พ่นยาชาลงไปในลำคอ วิธีพ่น ก็ใช้เข็มยาวๆ ให้เราอ้าปากกว้างๆ หมอก็ใส่ลงไปแล้วพ่น ขมมากมากเลย กลืนแทบไม่ลง แต่ก็ต้องกลืน เพราะยาชาจะช่วยให้เราไม่เจ็บเวลาหลอด หรือ กล้องลงไปในทางเดินอาหาร จากนั้น หมอจะเริ่มอธิบายวิธีการ และ การปฎิบัติตัวของเรา ระหว่างการส่องกล้อง
รอประมาณ สองสามนาที หมอก็พ่นยาให้อีกครั้ง เหมือนเดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือ รู้สึก จะขมกว่าเดิม อันนี้ อุปทาน หรือเปล่าไม่ทราบ อิอิ ยาชานี้ จะขมๆ และหมดฤทธิ์ในอีก สอง ชั่วโมง ข้างหน้าค่ะ ดังนั้น หลังจากทำ เลยยังทานอะไรไม่อร่อย และผะอืดผะอม มากมาก
หลังจาก หมอเซทกล้อง เซทอุปกรณ์เรียบร้อย ก็จะเริ่มทำ โดยให้นอนตะแคงซ้าย มีผ้ารองน้ำลาย และเสมหะ เราจะต้องกัดท่อพลาสติกอันนึง แข็งมาก แล้ว ก็ใส่หลอดที่ติดกล้องลงไปในลำคอ ผ่านท่อพลาสติกที่เรากัดไว้นั้น แปปนึง หมอก็บอกให้กลืน เราก็กลืน ตอนแรกมันกลืนไม่ลง อยากจะอ๊วกมากกว่า หมอบอก ให้กลืนอีกที คราวนี้ กลืนลงไปได้ หมอก็ใส่ลงไปเรื่อยๆ อยากจะอาเจียนมาก ถึง มากที่สุด และทุกครั้งที่อยากจะอาเจียน ก็จะมีเสียงอ๊อก ๆ หลอดยาวๆ กับกล้องนั้น ก็จะถอยร่นออกมานิดนึง และหมอก็จะดันมันเข้าไปใหม่ ให้เพื่อนๆ นึกภาพดูนะ ทรมานมาก ก็อ๊อกๆ แบบนั้น ประมาณ สิบกว่าหน แต่แปลกที่พอเสร็จแล้ว หมอ และ พยาบาลชมว่าเก่ง แปลว่า คนอื่นๆ อ๊อก มากกว่านี้ แน่ๆ อิอิ
วิธีที่ช่วยให้ตัวเองสงบลงหน่อย ก็คือ การหายใจ ยาวๆ พร้อมๆ กับ ท่อง อิติปิโส ประมาณ ร้อยจบ ถ้าหากใครที่ท่อง อิติปิโส เนี่ย จะนึกออกว่า 10-15 วินาที ก็จบแล้ว ก็ท่องไปวนเวียนกันอยู่อย่างนั้นหละ จำไมได้ว่ากี่จบ แต่หลายรอบมาก ช่วยได้มากทีเดียว เพราะเราจะสงบ รู้สึกมันไหล เรื่อย เอื่อย และปล่อยให้หมอ วนกล้องไปเรื่อยๆ แล้วแต่หมอจะทำว่างั้นเถอะ
ทีนี้ อย่างที่บอก ว่าหมอพยายามหาความผิดปกติ เพื่อที่จะตัดชิ้นเนื้อส่งแล็ป แต่ไม่มีก้อนเนื้อ มีแต่แผล หมอก็เลยวนๆ เวียนๆ เลยใช้เวลาค่อนข้างนาน กว่า case อื่นๆ ที่เข้าไปทำแบบเดียวกันนี้ แปปเดียว ก็เดินออกมาแล้ว เพราะบางคน ส่องห้านาที ก็เสร็จ เพราะเจอ แต่ถามตัวเองว่า ส่องแปปเดียว แล้ว เจอ กับ ไม่เจอ และต้องส่องนานๆ แบบจะอ๊วกแบบนี้ แบบไหนดีกว่า แหม เป็นใคร ก็เลือกอย่างหลัง เนอะ
พอหมอบอกพยาบาลให้ถ่ายภาพ ตรงนี้ถ่าย ตรงนี้แดงถ่าย บวม ถ่าย ถ่ายใหญ่เลย และไม่เจอว่ามีก้อนเนื้อร้าย ก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อย พอหมอบอกว่า เสร็จแล้ว นั้นแหละ เพิ่งเข้าใจ คำว่า เสียงสวรรค์ วันนี้ นี่เอง เสร็จซะที พยาบาลค่อยๆ เอาหลอดกล้องออกมา แล้วเอาพลาสติกที่เรากัดไว้ออกไป เป็นอันเสร็จขั้นตอน
หมอก็เริ่มเรียงลำดับภาพถ่ายผนังกระเพาะ และ ลำไส้ส่วนต้น แล้วก็อธิบาย ว่าเราเป็นอะไร ยังไง
ผลออกมา ก็คือ มีความผิดปกติ อยู่ สองจุด คือ ตรง กระเพาะอาหาร และ ตรงรอยต่อ กระเพาะและลำไส้
หมอบอกไม่เป็นอะไรมาก ทานยา สองสามเดือนก็หาย แต่เพื่อความแน่ใจ หมอนัดให้ไปเจาะเลือดอีกที
เรื่องการดูแลสุขภาพ ก็ต้องงดอาหารหลายรายการเลย ที่จะไปทำร้ายกระเพาะ อันได้แก่ อาหารเผ็ด รสจัดต่างๆ ขนมจีน พิซซ่า ส้มตำ ของชอบเนี่ย คงต้องเพลาๆ ลง หรือ งดหมด พยายาม หลีกเลี่ยง เนื้อสัตว์ ไส้กรอก เบคอน ต่างๆ นมก็อย่าทานตอนท้องว่าง ซึ่ง ทั้งหมดนี้ ก็รู้มา แต่ไม่ทำ เรียกว่า ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด อิอิ สารพัด ทฤษฎี แต่ไม่ปฎิบัติ
ตอนนี้ เลยได้ฤกษ์ และ ได้เลิก อาหารหลายๆ อย่าง ที่จะทำร้ายกระเพาะ และหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพ กันอย่างจริงจังซะที ประเภท กาแฟ (Coffee break) วันละ สองแก้ว ก็คงไม่มีอีกต่อไป
และหันกลับมาดูแลตัวเอง กินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย และ อีกหลายๆ อย่างที่จะต้องเปลี่ยนแปลง
เขียนมาซะตั้งยาว เมื่อยสายตา กันบ้างไหมคะ รักษาสุขภาพกันนะคะ
ก็เอาเป็นว่า เป็นห่วงทุกๆ คนนะคะ อยาะจะให้ดูแล รักษาสุขภาพกัน จะได้ไม่ต้องไปตรวจอะไรที่ทรมาน แบบนี้
และจะได้ทานอาหารอร่อยๆ ไปอีกนานๆ ค่ะ
ดูแลสุขภาพกันนะคะ สวัสดีค่ะ